วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โลกาภิวัฒน์, AEC และร้านขายยา


            ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ Asean Economics Community - AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2558 นี้เป็นส่วนหนึ่งของโลกาภิวัฒน์ที่ย่อโลกอาเซียนให้มาใกล้ชิดกัน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนในฐานะลูกค้า สินค้าที่ซื้อขายกัน บริการมากมายที่ให้เราเลือกใช้ การเลือกจัดวางทรัพย์สินเพื่อการลงทุน รวมไปจนถึงคู่แข่งขันกันก็จะมาเบียดไหล่ต่อไหล่กันอย่างอบอุ่น คับคั่ง
            โลกาภิวัฒน์ เป็นการขยายพื้นที่โลกของผู้ที่เก่งที่สุดที่จะอยู่ได้ เมื่อก่อนเราอาจเก่งที่สุดในประเทศนี้ในด้านราคาต่ำ เราจะเป็นเจ้าตลาด แต่หลังจากปี 2558 หากเราไม่ได้เก่งที่สุดในอาเซียน เราก็จะสูญเสียตำแหน่งเจ้าตลาดไปให้แก่ผู้ที่เก่งกว่าในอาเซียน
            ความเก่งนี้ กินความกว้างขวางออกไป ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพ บริการ เทคโนโลยี บริหาร การตลาด ฯลฯ หากว่าคุณมีความเก่งที่สุดในด้านใดด้านหนึ่ง จากนี้ไป คุณไม่สามารถเปรียบเทียบความเก่งของคุณเฉพาะภายในขอบเขตพรมแดนประเทศไทยอีกต่อไป แต่ต้องขยายขอบเขตความเก่งเชิงเปรียบเทียบออกไปครอบคลุมพื้นที่อาเซียนทั้งหมด
ถ้าตอนนี้คุณเป็นปลากัดตัวที่เก่งที่สุดในขวดโหลประเทศไทย อีกสองปีกว่า จะมีการเทปลากัดจากสิบขวดโหลมารวมกันในบ่อใหญ่
            อย่างไรก็ตาม การมาถึงของ AEC นี้ มิใช่แต่จะมีผลเพียงแค่เป็นการเพิ่มคู่แข่งขันเท่านั้น หากแต่ในอีกด้านหนึ่ง คุณจะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าขนาด 600 ล้านคนของอาเซียน ไม่ใช่เพียงแค่ 60 ล้านคนในประเทศไทยอีกต่อไป เพราะสินค้าและบริการ หรือเงินทุนของคุณ สามารถเคลื่อนไปที่ไหนก็ได้ที่คุณต้องการภายในเขตพื้นที่อาเซียน ราวกับเป็นจังหวัดในประเทศไทย
หากว่าในขณะนี้ คุณมีความเก่งอยู่ในมุมเล็กๆ คุณชำนาญในเรื่องหนึ่งที่เป็นความต้องการของกลุ่มลูกค้าจำนวนไม่มากในประเทศสนับสนุนให้ธุรกิจของคุณอยู่ได้ แต่ในปี 2558 ถ้าคุณเตรียมตัวดี จำนวนลูกค้าของคุณจะขยายได้อีกสิบเท่าตามขนาดของประชากรอาเซียนที่คุณสามารถเข้าถึงได้
และเมื่อมองจากมุมที่คุณเป็นเจ้าของร้านขายยา หรือค้าปลีกสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ต่อไปผู้ขายสินค้าเพื่อให้คุณไปจำหน่ายต่อ จะไม่ใช่เพียงแค่สินค้าที่มีภายในขอบเขตประเทศไทยเท่านั้น ร้านของคุณจะเป็นแหล่งชุมนุมสินค้าที่น่าสนใจจากทั่วอาเซียนได้ เป็นการเพิ่มโอกาสการขายให้กับคุณ
ร้านขายยา ในฐานะที่เป็นร้านค้าปลีกซึ่งเมื่อมองจากลักษณะการประกอบการแล้ว ก็คือการบริการประเภทหนึ่ง
ผลผลิตของธุรกิจบริการ จะต้องอาศัยคนในการสร้างผลผลิต ไม่สามารถใช้เครื่องจักรปั๊มผลผลิตออกมาเหมือนกับภาคการผลิตใช้เครื่องจักรปั๊มนาฬิกา รถยนต์ การใช้เครื่องมือเครื่องใช้อย่างเช่นพวกอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ต่างๆ ในธุรกิจบริการเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และศักยภาพของคนที่เป็นผู้ให้บริการเท่านั้น ไม่ใช่เป็นผู้ผลิตโดยตรงอย่างเช่นเครื่องจักรในโรงงาน
การเพิ่มจำนวนคนที่เป็นผู้ให้บริการ ไม่สามารถเพิ่มได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับการเพิ่มเครื่องจักร โรบ็อตต่างๆ ธุรกิจบริการจึงขยายตัวได้ช้า หากคุณเป็นเจ้าของร้านที่ต้องการขยายสาขาเพิ่ม คุณจะพบว่าปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของการขยายสาขาก็คือ บุคลากร และปัญหานี้ก็มิได้เกิดกับร้านคุณร้านเดียว เพราะมันเป็นข้อจำกัดของลักษณะธุรกิจบริการ โลกาภิวัฒน์จึงเข้าถึงธุรกิจบริการได้ช้ากว่าภาคการผลิต ที่สามารถเพิ่มจำนวนผลผลิตได้มากเท่าที่ต้องการ
เมื่อสินค้าชนิดหนึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด ผู้ผลิตซึ่งมักจะเป็นหลายๆเจ้า จะเพิ่มการผลิตเพื่อแข่งกันป้อนผลผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ เมื่อมีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ราคาของผลผลิตนั้นย่อมปรับลดลงตามกฎของอุปสงค์-อุปทาน Demand - Supply
สำหรับภาคบริการ เมื่อบริการหนึ่งเป็นที่ต้องการของผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการย่อมพยายามจะตอบสนองความต้องการนี้ แต่ข้อจำกัดเรื่องคนที่เป็นผู้ให้บริการ ไม่สามารถเพิ่มได้รวดเร็วดังเช่นการเพิ่มจำนวนเครื่องจักร การเพิ่มกำลังผลิตของคนก็ไม่สามารถเร่งได้เหมือนการเร่งกำลังการผลิตของเครื่องจักรโดยที่ยังสามารถรักษามาตรฐานคุณภาพให้คงเดิม
ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าจะมีปริมาณความต้องการในการใช้บริการมาก แต่ก็ไม่ทำให้ราคาของการใช้บริการลดลง และกลับจะทำให้ราคาค่าบริการปรับสูงขึ้น เพราะเกิดการแย่งกันซื้อสิ่งที่มีอยู่จำกัด ความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ธุรกิจบริการมีกำไรเพิ่มขึ้นจากการปรับราคา มากกว่าจะมาจากการเพิ่มปริมาณขาย

นี่คือลักษณะของธุรกิจบริการ และธุรกิจค้าปลีกอย่างร้านขายยาก็มีลักษณะเช่นนี้ด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น