วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ไอเดีย คำตอบ คำถาม

ไม่ได้เขียนบล๊อกมานานมาก ยอมรับว่าช่วงหลังไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจให้เขียน อาจเป็นเพราะจุดสนใจของผมช่วงนี้อยู่ที่การหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องเภสัชกร ซึ่งเป็นการเฉพาะเรื่อง มากกว่าที่จะเป็นเรื่องของธุรกิจแบบเดิมที่ผู้ประกอบการทั่วไปจะสนใจ

วันหยุด จะเป็นวันที่ผมใช้ย่อยข้อมูล และเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา เหมือนเรากินข้าวลงท้อง มันไม่ใช่เพียงแค่ให้อิ่มท้อง ความสำคัญอยู่ที่การย่อยเพื่อให้เป็นสารอาหารที่ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ได้ ข้อมูลและความรู้ก็เข่นกัน เราต้องย่อยและดูดซึมส่วนที่ดีให้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา ส่วนที่เป็นกากก็ขับถ่ายออกไป

วันนี้ ได้เข้ามาเปิดบล๊อกอ่านบทความเก่าๆของตัวเอง ในระหว่างการย่อยข้อมูลใหม่ให้เข้ากับเรื่องเก่าๆ กลับได้ไอเดียเพิ่มขึ้นจากเรื่องที่ตัวเองเขียน

ความจริงมันเป็นเรื่องพื้นๆ ที่คุณจะ "เห็น" สิ่งที่คุณเคยมอง ในแบบที่ไม่เหมือนเดิม เพราะทุกครั้งที่คุณมองอะไรสักอย่างหนึ่ง ประสบการณ์ที่คุณสะสมในช่วงเวลาที่ผ่านมา จะเป็นเหมือนแว่น ที่ช่วยปรับสิ่งที่คุณมองเพื่อรับเข้าไปสะสมรวมกับประสบการณ์เดิม

ประสบการณ์ของคุณ อาจเป็นแว่นขยายให้คุณเห็นบางอย่างชัดขึ้น หรืออาจเป็นแว่นสีที่ช่วยกรองแสงที่จ้าเกินไป หรือแม้แต่กระทั่ง เป็นเลนส์ตลกที่บิดเบือนข้อมูลให้ผิดเพี้ยนไปก็ได้

ระยะนี้มีคน quote ประโยคหนึ่งของไอน์สไตน์มาใช้บ่อย ที่ว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" ทำให้ผมนึกถึงอีกประโยคหนึ่งของไอน์สไตน์ที่ว่า "เคล็ดลับของความคิดสร้างสรรค์คือการปกปิดแหล่งที่มาของไอเดีย"

ความคิดสร้างสรรค์ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของเดิม ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดจากของเดิม หรือการเอาไอเดียจากที่หนึ่งมาใช้กัยอีกที่หนึ่ง หรือการเอาไอเดียมายำรวมกัน ก็จะได้ของใหม่ที่ต่างไปจากเดิม เป็นนวัตกรรม

การฝึกสร้างไอเดียใหม่จากสิ่งที่มีอยู่เดิม จึงเป็นเรื่องหนึ่งที่ผมให้ความสำคัญ ถ้าคุณสามารถสร้างไอเดียได้จากสิ่งที่มีรอบตัว เท่ากับว่า คุณแทบจะไม่อับจนความคิดเลย

วิธีการง่ายๆ แค่คุณปักหมุดเรื่องที่คุณสนใจเอาไว้ในใจอย่างจดจ่อ แบบว่าหายใจเข้าออกเป็นเรื่องนั้น กินนอนกับเรื่องนั้น เมื่อได้อย่างนี้แล้ว เมื่อคุณกวาดสายตามองสิ่งรอบๆตัว ไม่ว่ามดแมลง ต้นไม้ใบหญ้า ตำรับยา ผู้คน ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ไปจนถึงพระไตรปิฎก ความสนใจของคุณ จะเป็นเหมือนแว่นที่ช่วยคุณกรอง หรือโฟกัสไอเดีย จากสิ่งรอบข้างให้เด่นชัดขึ้น

ที่คุณทำก็แค่ หาไอเดียที่เหมาะสมที่สุดมาใช้ แค่นั้น มันเหมือนกับเวทมนต์ แต่ที่จริงก็คือมหัศจรรย์ของ "จิตใต้สำนึก" ของคุณเอง ที่คุณมีอยู่แล้วทุกคน ต่างกันก็แค่ความชำนาญในการใช้

วิธีนี้ จะช่วยหาคำตอบให้คุณได้ตรงกับคำถาม ความสำคัญจึงอยู่ที่ คุณตั้งคำถามไว้ถูกต้องหรือเปล่า คำถามที่ไม่ตรงกับความหมายของชีวิต หรือภาพรวมของแผน แม้จะเป็นคำตอบที่ถูกต้องสำหรับคำถาม ก็ยังเป็นสิ่งแปลกปลอมอยู่ดี

1 ความคิดเห็น: